ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า นายสุขบิดาจำเลยได้อาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ ต่อมาบิดาจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยยังอยู่ในบ้านเรือนดังกล่าว โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับและที่พิพาทอาจให้เช่าได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200 บาท จึงให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 200 บาทแก่โจทก์ด้วย

จำเลยให้การว่า โจทก์สมคบกับนายคงเจ้าของที่ดินเดิมซื้อขายที่พิพาทโดยไม่สุจริต จำเลยอยู่ในบ้านดังกล่าวโดยอาศัยนางผลมารดาจำเลยและนายสุขบิดาบุญธรรมของจำเลยมานาน 30 ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ที่พิพาทให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 50 บาทขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปจากที่พิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 75 บาทแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งโจทก์ว่าอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ ให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท และการที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยโจทก์ หากแต่จำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของนางผลมารดาจำเลย และสิทธิของนายสุขบิดาบุญธรรมของจำเลยนั้น ก็ไม่เป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เพราะการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์จะต้องเป็นการกล่าวแก้ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเอง ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2509 ระหว่างนางจัน ตรีอุทัย กับพวก โจทก์ นางอิ๋ว ราศรีกฤษณ์ กับพวก จำเลย จึงเป็นคดีที่ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ตามอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์สรุปเป็นใจความว่า โจทก์สมคบกับนายคงบิดาโจทก์ทำการซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยไม่สุจริต โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและก่อนที่จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายนั้น เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามตามกฎหมายซึ่งชอบที่ศาลอุทธรณ์จะยกอุทธรณ์ของจำเลยเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1) ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย ให้ยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th