ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 177, 180, 267

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และข้อหาร่วมกันเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานนี้ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนรินทร์ จำเลย โดยยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตร ซึ่งเป็นเอกสารเท็จที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้มาโดยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ประกอบคำร้องขอให้ศาลพิจารณากรณีจำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตายตามเอกสารที่นำมาแสดง ซึ่งพยานหลักฐานที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันแสดงต่อศาลดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี โดยหากศาลเชื่อตามเอกสารศาลย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความ ซึ่งตามฟ้องดังกล่าวเป็นการยื่นเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพและมรณะบัตรอันเป็นเอกสารเท็จในชั้นยื่นคำร้องต่อศาลว่านายนรินทร์ จำเลยในคดีดังกล่าวถึงแก่ความตาย ซึ่งยังไม่ถึงชั้นพิจารณาพยานหลักฐานว่านายนรินทร์ถึงแก่ความตายหรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่โจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี แต่อาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 เท่านั้น แต่เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานมาด้วย จึงไม่มีข้อต้องพิจารณาในความผิดฐานนี้ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.431/2556

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th