ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระค่าปุ๋ยจำนวน 12,400 บาท พร้อมดอกเบี้ย และค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ โจทก์นำยึดบ้านทรงปั้นหยาเลขที่ 86 หมู่ที่ 4 ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ ราคา 10,000 บาท เพื่อบังคับตามคำพิพากษา ผู้ร้องร้องว่าผู้ร้องเป็นสามีโดยมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลย บ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวก่อนผู้ร้องได้จำเลยเป็นภรรยา ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด

โจทก์ให้การว่าบ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย หาใช่ของผู้ร้องไม่ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 300 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เดิมบ้านพิพาทเป็นของมารดาผู้ร้อง ต่อมามารดาผู้ร้องยกให้ผู้ร้อง ผู้ร้องรื้อบ้านมาปลูกใหม่เมื่อ 5 ปีมานี้ แม้จะได้ซื้อของเพิ่มในการปลูกบ้านใหม่ก็มีจำนวนเล็กน้อย จำเลยเป็นภรรยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องบ้านพิพาทจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับผู้ร้อง แต่เป็นของผู้ร้องคนเดียวพิพากษากลับให้ปล่อยบ้านพิพาทที่โจทก์นำยึด ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 600 บาท

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมบิดามารดาผู้ร้องมีบ้านปลูกอยู่ที่ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ 5 ปีมาแล้วมารดาผู้ร้องยกบ้านดังกล่าวให้ผู้ร้อง ผู้ร้องรื้อมาปลูกขึ้นใหม่ที่ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คือบ้านพิพาท ซึ่งขณะนั้นผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินฉันสามีภรรยากันมาได้ประมาณ 15 ปีเศษ โดยมิได้จดทะเบียนสมรสแต่ในการปลูกบ้านพิพาทนั้น ได้ซื้อไม้ฝาและสีทาบ้านเพิ่มเติม ซึ่งไม่น่าจะมีราคาเพียงเล็กน้อย และน่าจะมีรายการไม้อื่นอีกรวมทั้งตะปูกับค่ารื้อถอนขนย้ายจากตำบลดอนเจดีย์มาตำบลบางงาม ตลอดค่าแรงงานในการปลูกบ้านพิพาทซึ่งอาจมีจำนวนมากกว่าราคาไม้ของบ้านที่รื้อมาก็ได้ เงินจำนวนที่นำมาใช้จ่ายดังกล่าวผู้ร้องมิได้นำสืบว่าเป็นเงินของผู้อื่น จึงต้องฟังว่าจำเลยเอาเงินที่ทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยามาใช้จ่ายในการปลูกบ้านพิพาท และเมื่อปลูกบ้านพิพาทเสร็จแล้ว ก็ได้ความว่าผู้ร้องกับจำเลยอยู่ด้วยกันในบ้านพิพาทตลอดมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ผู้ร้องกับจำเลยจึงเป็นเจ้าของร่วมในบ้านพิพาท โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนำยึดบ้านพิพาทส่วนของจำเลยได้ ผู้ร้องมีสิทธิเพียงร้องขอกันส่วนของผู้ร้องเท่านั้น หามีสิทธิร้องขอให้ปล่อยบ้านพิพาทไม่

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th