ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลย 1 คันชำระเงินค่าเช่าซื้อไปแล้ว 6 งวด ๆ ละ 200 บาทเป็นเงิน 12,000 บาทต่อมาจำเลยขอนำรถคันนี้ไปขายให้บุคคลภายนอกเพื่อเอาเงินสดมาใช้เมื่อโอนทะเบียนขายได้แล้วจะนำเงิน 12,000 บาท ค่าเช่าซื้อมาคืนให้โจทก์แล้วไม่คืน ขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การว่าโจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อเพียง 5 เดือน ส่วนค่าเช่าซื้อเดือนที่ 6 ไม่ชำระ โจทก์เป็นผู้ขอร้องจำเลยว่าจะหาคนมาซื้อรถ ขอลดเงินที่เหลือลงบ้างโดยหักเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วออกเสีย จำเลยมิได้ตกลงจะเป็นผู้นำรถไปขายแก่บุคคลภายนอก และจะชำระเงินที่โจทก์ส่งชำระแก่จำเลยแล้วให้โจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 12,000 บาท และใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกาข้อหนึ่งว่า ข้อที่โจทก์อ้างว่ามีข้อตกลงกันว่าจำเลยต้องคืนเงิน 12,000 บาทแก่โจทก์นั้น โจทก์นำสืบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อ ข้อตกลงนี้ต้องทำเป็นหนังสือมิฉะนั้นเป็นโมฆะ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th