ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

เดิมโจทก์จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมยกห้องแถว ๕ ห้องและตึกแถวอีก ๔ ห้องพร้อมทั้งที่ดินให้เป็นสิทธิแก่จำเลย ฝ่ายจำเลยยอมแบ่งค่าเช่าห้องแถวและตึกรายนี้ให้โจทก์ไปจนตลอดชีวิต ศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จไปตามยอมแล้ว โจทก์ได้ไปทำสัญญากรมธรรม์ที่อำเภอยกที่ดินและห้องแถวตึกแถวให้จำเลยแล้ว บัดนี้ จำเลยไม่ยอมแบ่งค่าเช่าให้โจทก์ตามยอม โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาล

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ได้โอนห้องแถวตึกแถวให้จำเลยแล้วเมื่อไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้สละสิทธิในเรื่องค่าเช่านี้อย่างไร จึงบังคับให้จำเลยส่งค่าเช่าตามที่โจทก์ขอ

จำเลยฎีกาอ้างประมวลแพ่งฯ ม.๕๒๕, ๕๒๖ อ้างว่าสัญญากรมธรรม์ทำกันใหม่แล้ว ศาลจะบังคับจำเลยส่งค่าเช่าตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.๒๗๑ ไม่ได้

ศาลฎีกาตัดสินว่า คดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้ศาลยังคับคดีตามคำพิพากษาท้ายยอม เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามโจทก์ก็ชอบที่จะขอบังคับคดีได้ภายใน ๑๐ ปีตาม ม.๒๗๑ ส่วนสัญญากรมธรรม์ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินและห้องแถวที่จำเลยอ้างขึ้นมาว่าไม่มีความพาดพิงถึงสัญญายอม เพราะเมื่อโอนให้เป็นสิทธิค่าเช่าที่ยอมกันไว้ ก็ระงับไปด้วยเหตุไม่ได้จดทะเบียนนั้น เห็นว่าเมื่อคำพิพากษาท้ายยอมมิได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็คงบังคับได้ เมื่อไม่ปรากฎว่าโจทก์สละสิทธิเรื่องค่าเช่านี้ จึงพิพากษาตามศาลล่างทั้ง ๒

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th