ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี คำให้การชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความในคดีนี้ คงมีแต่คำเบิกความของนายเถลิง จุฑางกูรและนางสาวกุมภาหรือแจ๋ว โชติมุข ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1715/2532 ของศาลชั้นต้น และคำให้การชั้นสอบสวนของนายเถลิงนางสาวกุมภา และผู้ตายเอกสารหมาย จ.5, จ.6 และ จ.7 ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3089/2533 ของศาลชั้นต้นเป็นพยานประกอบจึงมีปัญหาต่อไปว่าพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวจะรับฟังได้เพียงใดหรือไม่ เห็นว่า โจทก์อ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1715/2532และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3089/2533 ของศาลชั้นต้นเป็นพยานทั้งสองสำนวนโดยมีคำเบิกความและคำให้การในชั้นสอบสวนของนางเถลิงและนางสาวกุมภากับคำให้การชั้นสอบสวนผู้ตายอยู่ในสำนวนนั้นด้วย ซึ่งโจทก์มีสิทธิอ้างอิงเป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 ส่วนจะรับฟังลงโทษได้เพียงใดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คดีดังกล่าวนายเถลิงและนางสาวกุมภาได้เบิกความกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า คนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายคือนายป้อม รวมทั้งคำให้การในชั้นสอบสวนก็ได้ให้การไว้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า วันเกิดเหตุผู้ตายมีเรื่องวิวาทกับพวกนายป้อม โดยผู้ตายกับพวกวิ่งไล่ทำร้ายนายป้อมแล้วเลิกรากันไป นางสาวกุมภาทราบจากนายป้อมเย็นวันเกิดเหตุว่า นายป้อมจะพาพวกไปดักฆ่ากลุ่มผู้ตายต่อมาเวลาประมาณ 21 นาฬิกา ก็เกิดเหตุคดีนี้ แต่คำเบิกความและคำให้การในชั้นสอบสวนดังกล่าว จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านและเป็นพยานบอกเล่า แม้นางสาวกุมภาจะได้ระบุถึงตำหนิรูปพรรณของนายป้อมก็ได้ความแต่เพียงว่านายป้อมพักอาศัยอยู่บ้านพัสดีเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด เท่านั้น ทั้งนายเถลิงและนางสาวกุมภามิได้ยืนยันว่าจำเลยเป็นคน ๆ เดียวกับนายป้อม ส่วนพยานอื่นของโจทก์คงมีแต่นายประสิทธิ์ บิดาผู้ตาย ร้อยตำรวจเอกสิงห์ทอง พลลา ผู้จับกุมจำเลย และร้อยตำรวจโทสมพงษ์พนักงานสอบสวน ซึ่งล้วนเป็นเพียงพยานบอกเล่า ด้วยเหตุนี้ลำพังแต่คำเบิกความพยานโจทก์ในคดีอื่นคำให้การในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีพยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีอื่นใดที่จะปรากฏข้อเท็จจริงให้พอฟังได้ว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดตามฟ้อง แม้ชั้นจับกุมจำเลยจะรับสารภาพแต่จำเลยก็อ้างว่าถูกข่มขู่ ทั้งจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาตลอดมาว่า ไม่ได้กระทำความผิด พยานโจทก์ที่นำสืบมายังไม่พอฟังลงโทษจำเลย คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th