ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้มีปัญหาเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้สมคบกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289
ภริยาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 16 ปี
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้อง
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่า จำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง
คดีนี้แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ 2 เป็นคนยิงผู้ตาย แต่โจทก์มีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ชั้นสอบสวนรับว่า จำเลยที่ 2เป็นคนยิงผู้ตาย จำเลยให้การชั้นสอบสวนโดยละเอียดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนจบและมีผู้กำกับการตำรวจกับพนักงานสอบสวนเบิกความว่า จำเลยให้การโดยสมัครใจได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ได้บันทึกคำให้การไว้เป็นหนังสือ และบันทึกเสียงคำรับสารภาพไว้มาเปิดให้ศาลฟังด้วย กับมีพยานบุคคลเบิกความประกอบอีกว่า ได้พบเห็นจำเลยในเวลาก่อนเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุดังนี้ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ใช้ยันจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณาของศาลได้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง
พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


