ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 90 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง,66 วรรคสอง เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำเข้าและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 25 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่า ขณะที่นายจรัล นายตรวจศุลกากร ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นรถที่ขับจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทยบริเวณด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เห็นรถยนต์รับจ้างยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กง 429 สงขลา แล่นผ่านด่านเข้ามาในประเทศไทยจึงแสดงตัวขอตรวจค้นเพื่อตรวจสอบว่ามีของที่ยังมิได้เสียภาษีอากรหรือของต้องห้าม ต้องจำกัดมากับบุคคลภายในรถหรือรถหรือไม่ จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวมีนายสาธิต เป็นคนขับ มีจำเลยซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติมาเลเซียเป็นผู้โดยสารโดยจำเลยนั่งอยู่ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ และพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 7 ซอง บรรจุอยู่ภายในซองพลาสติกใสใส่ไว้ในกระปุกครีมใส่ผมซึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนหน้าตักของจำเลย จากการสอบถามผ่านนายสาธิตซึ่งทำหน้าที่ล่าม จำเลยรับว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวเป็นของตนเองที่ซื้อมาจากเพื่อนชาวมาเลเซีย นายจรัลจึงนำตัวจำเลยมาที่ด่านศุลกากรเพื่อทำบันทึกการจับกุม ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพ จากนั้นนำตัวจำเลยพร้อมของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งยาเสพติดให้โทษของกลางไปตรวจพิสูจน์ ผลการตรวจพิสูจน์พบเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ น้ำหนักสุทธิ 2.850 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.261 กรัม

จำเลยไม่สืบพยาน

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลย จำเลยมีความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกตรวจค้นและจับกุมขณะอยู่ในพิธีการศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองถือว่าเป็นการพยายามกระทำความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเท่านั้น ในข้อนี้นายจรัลเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า หากบุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยจะต้องผ่านพิธีการตรวจโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วถือว่าเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยแล้ว หลังจากนั้นมาผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่จะตรวจหาสิ่งของต้องห้ามต่อไป โดยจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งในข้อนี้แต่อย่างใด ดังนั้น จึงฟังได้ว่าจำเลยนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในประเทศไทยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จไม่ใช่พยายาม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น ปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลย 25 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษได้อีก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4816/2552

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th