ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าถากถางและปลูกพืชในที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาท
จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่พิพาทมาจากผู้มีชื่อ โจทก์ขอจับจองที่ข้างที่ของจำเลย ๆ คัดค้านไว้แล้ว แม้ฟังว่าโจทก์ได้จับจอง โจทก์ก็มิได้เข้าครอบครองและไม่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่เกิดการเสียหาย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์ได้ร้องขอจับจองที่พิพาทและได้รับใบจองแล้ว จำเลยเข้าแผ้วถางปลูกพืชจึงเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้ใช้ค่าเสียหาย 500 บาท
จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ไม่ควรได้รับค่าเสียหาย
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้ร้องขอจับจองที่พิพาท และได้รับใบจองแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปแผ้วถางทำประโยชน์ได้ชื่อว่าเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ และจำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 โจทก์หาจำต้องเข้าครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทไม่
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


