ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้เลิกหุ้นส่วนและชำระบัญชี จำเลยที่ 1 ได้รับหมายเรียก แต่ไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเลื่อนกำหนดยื่นคำให้การ เมื่อพ้นกำหนดยื่นคำให้การแล้วในวันเดียวกันนั้น โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การภายใน 7 วัน และสั่งยกคำร้องของโจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การภายในกำหนด ต่อมามีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกนายหนึ่งทำคำสั่งในรายงานพิจารณาว่า มีผู้พิพากษาผิดพลาดสั่งคำร้องของจำเลยที่ 1 จึงควรให้แก้ไขเสียใหม่ ให้ถือว่าจำเลยยื่นคำร้องขอยืดเวลายื่นคำให้การ เมื่อขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว โจทก์ขอให้พิจารณาฝ่ายเดียวได้ และให้ถือว่าจำเลยทั้ง 2 คนขาดนัดชั้นให้การ ให้นัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว จำเลยทั้ง 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา พิพากษายกอุทธรณ์

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 2 ขาดนัดด้วยนั้น เท่ากับสั่งไม่รับคำให้การจำเลย คดีจึงปรับเข้าอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(3) ประกอบกับมาตรา 18 วรรค 3 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ และตามท้องสำนวนปรากฏชัดว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การตามกำหนดนัด

พิพากษาแก้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิให้ถือว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัด

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th