ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมกัน กล่าวคือ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้กำลังชกต่อยและใช้มีดรุมแทงนายไพฑูรย์หรือไพทูลผู้ตายหลายครั้งถูกที่บริเวณหน้าอกขวาซ้ายและแขนซ้ายโดยเจตนาฆ่าเป็นเหตุทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา และจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันใช้กำลังชกต่อยและใช้มีดแทงนายประสิทธิ์ นายอำพล นายสุรชัยหลายครั้ง ถูกที่บริเวณชายโครงขวา ต้นแขนขวา ข้อพับแขนซ้ายหน้าอกขวาของนายประสิทธิ์และถูกที่เหนือข้อมือซ้ายของนายอำพลกับถูกที่ใต้คาง หางคิ้วขวา ดั้งจมูกของนายสุรชัยโดยเจตนาฆ่าเป็นเหตุให้นายประสิทธิ์ได้รับอันตรายสาหัส ทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า20 วัน ส่วนนายอำพลและนายสุรชัยได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91, 83, 80พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4

ระหว่างพิจารณานางวราภรณ์ ภริยาของนายไพฑูรย์ผู้ตายนายประสิทธิ์ นายอำพล ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก, 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งสามและจำเลยที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้ตาย พยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 3และนายสุรชัยอันเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบฟังได้ว่า เหตุเกิดขึ้นเนื่องจากต่างฝ่ายต่างสมัครใจเข้าทำร้ายซึ่งกันและกันในทันทีทันใด โดยมิได้นัดหมายว่าผู้ใดจะกระทำการใด ทั้งไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสี่ได้ตระเตรียมอาวุธมาแต่แรกเพื่อจะก่อเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 ใช้มีดแทงฆ่าผู้ตายและจำเลยที่ 4 ใช้มีดแทงพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตาย และจำเลยที่ 4 มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ที่ 3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 4 ทำร้ายผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 3 กับนายสุรชัยมาแต่ต้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ย่อมมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสี่ที่ได้ทำร้ายผู้ตายโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 3 และนายสุรชัยนั้นก็โดยมีเจตนาที่จะทำร้ายบุคคลดังกล่าวทุกคนไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นใครลักษณะของเจตนากระทำความผิดจึงเป็นอันเดียว เกิดขึ้นในวาระเดียวกันและต่อเนื่องกันตลอด แม้กระทำหลายครั้งต่อหลายบุคคลก็อยู่ภายในเจตนาเดียวกันนั้น มิใช่หลายเจตนา การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

จำเลยทั้งสี่ ผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 3 กับนายสุรชัยสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายนางวราภรณ์ ภริยาผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 3 จึงมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

พิพากษาแก้เป็นให้บังคับคดีจำเลยทั้งสี่ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วมทั้งสาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />