ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองและริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง หรือหากผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้ยกร้อง

ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ยก คำร้อง

ผู้ร้อง อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้อง ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางซึ่งได้ให้จำเลยที่ 1เช่าซื้อไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2535 ในราคา 62,084.06 บาทชำระเงินครั้งแรกจำนวน 12,065.42 บาท ส่วนที่เหลือ 50,018.64 บาทชำระเดือนละ 4,168.22 บาท รวม 12 เดือน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 1 พฤษภาคม 2535 ตามใบคู่มือจดทะเบียนและสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.3 และ ร.4 จำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้องแล้ว 11 งวด กับชำระบางส่วนของงวดที่ 12 เป็นเงิน1,500 บาท รวมแล้วจำเลยที่ 1 ชำระแก่ผู้ร้องแล้ว 59,317.71 บาทคงค้างชำระงวดที่ 12 เป็นเงิน 2,766.35 บาท จำเลยทั้งสองได้ทำการวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะเมื่อวันที่6 มิถุนายน 2536 ต่อมาผู้ร้องได้มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 10 สิงหาคม 2536 บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 โดยอ้างเหตุว่า จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้าย 2,960 บาทตามเอกสารหมาย ร.6 และ ร.7 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองหรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้ายให้ครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2536 แต่ผู้ร้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 โดยมารดาจำเลยที่ 1 ได้รับไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2536 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่จำเลยที่ 1ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อในงวดสุดท้ายแล้ว 4 เดือนเศษทั้งเป็นการบอกเลิกภายหลังเกิดเหตุคดีนี้เป็นเวลา 2 เดือนเศษตามพฤติการณ์ส่อว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ถูกดำเนินคดีจนถูกศาลสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องคงไม่บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 การที่ผู้ร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางมีเหตุน่าเชื่อว่า กระทำไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1ถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดด้วย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th