ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๙ เวลากลางคืน จำเลยมีสาตราวุธขึ้นไปบนเรือนของ ช. แล้วขู่ ช.ให้ส่งทรัพย์แก่จำเลย แต่จำเลยกระทำการไม่สำเร็จขอให้ลงโทษตาม ม.๒๙๓-๒๙๔-๒๙๘-๓๒๙-๖๐ แล ๗๒

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน ตาม ม.๒๙๙-๖๐ แม้โจทก์มิได้อ้าง ม.๒๙๙ ก็ลงโทษจำเลยได้ เพราะข้อเท็จจริงโจทก์สืบสมตามฟ้อง แม้จะอ้างบทมาตราผิดก็ลงโทษจำเลยได้ตามประมวลพิจารณาอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ ไม่เป็นการเกินฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๘-๙๐ ตามโจทก์ขอโดยอ้าง ม.๑๙๒ วรรค ๑ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา

โจทก์ฎีกาว่า โจทก์อ้างมาตราผิดศาลลงโทษจำเลยได้ตาม ม.๑๙๒ วรรค ๔

ศาลฎีกาเห็นว่า ม.๑๙๒ วรรค ๔ หมายถึงกรณีที่โจทก์พรรณาความผิดของจำเลยมาในฟ้องในฐานความผิดอย่างหนึ่ง แต่อ้างบทกฎหมายในฐานความผิดอีกอย่างหนึ่ง ศาลลงโทษจำเลยในฐานความผิดที่ถูกได้ แต่คดีนี้โจทก์พรรณาความผิดมาในฐานชิงทรัพย์แลอ้างบทมาตราฐานชิงทรัพย์มาขอให้ลงโทษเป็นเรื่องอยู่ในฐานเดียวกัน จะถือว่าอ้างฐานความผิดผิดไปไม่ได้ ไม่ต้องด้วยความหมายแห่ง ม.๑๙๒ วรรค ๔ แลเห็นว่าการจะลงโทษตาม ม.๒๙๙ ซึ่งมีอัตราโทษหนักกว่าเป็นการเกินคำขอโจทก์ต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๒ วรรค ๑ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th