ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


จำเลยต้องหาว่าลักทรัพย์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ๓ เรื่อง คือ ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ ต้องหาว่าลักทรัพย์ ถูกจำคุก ๒ เดือน พ.ศ. ๒๔๘๐ ต้องหาว่าฉ้อโกงถูกจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และในปลายปีเดียวกันถูกจำคุกเรื่องฉ้อโกงอีก ๑ เดือน ๑๐ วัน โจทก์จึงขอให้เพิ่มโทษกักกันด้วย
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีทั้ง ๓ เรื่องที่จำเลยต้องโทษมาเป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งแสดงว่าความจริงจำเลยไม่ใช่ผู้ร้ายสำคัญ และตาม ม.๘ แห่งพระราชบัญญัติกักกัน ฯลฯ ก็บัญญัติว่า "ศาลอาจถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย" จะเห็นว่ากฎหมายมีความประสงค์ให้ศาลใช้ดุลยพินิจตามรูปคดีเป็นเรื่องๆ ไป ไม่จำต้องเพิ่มโทษกักกันเสมอไป เห็นว่าฉะเพาะจำเลยนี้ยังไม่ควรเพิ่มโทษกักกัน จึงพิพากษาให้งดการลงโทษกักกันแก่จำเลยไว้
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


