ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายถ่อนบิดาโจทก์กู้ยืมเงินนายพองสามีจำเลย จำนวน 2,000 บาท โดยนายถ่อนมอบที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค.1 เลขที่ 789 (53) ให้นายพองยึดถือเป็นประกันและทำประโยชน์ต่างดอกเบี้ย ต่อมาเมื่อนายถ่อนและนายพองถึงแก่กรรม โจทก์นำเงินกู้ดังกล่าวไปชำระให้จำเลย แต่จำเลยเรียกให้ชำระเป็นเงินจำนวน 14,000 บาท จึงไม่สามารถตกลงกันได้ ขอให้บังคับจำเลยยอมรับชำระเงินกู้ และให้จำเลยส่งมอบที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค.1 เลขที่ 789 (53) แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า นายพองซื้อที่ดินพิพาทจากนายถ่อนบิดาของโจทก์ หลังจากนั้นนายพองและจำเลยก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่574/2536 ของศาลชั้นต้น ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง

โจทก์ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายถ่อนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 789 (53)ตำบลตำแย อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เดิมเมื่อนายถ่อนถึงแก่กรรมแล้ว นางออน บุตรนายถ่อนในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายถ่อนเป็นโจทก์ฟ้องนางเปลี่ยนภริยาของนายพองเป็นจำเลย โดยมีใจความว่า นายถ่อนครั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้กู้ยืมเงินจากนายพองแล้วมอบที่ดินตาม ส.ค.1ดังกล่าวให้นายพองทำกินต่างดอกเบี้ยและเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ต่อมาเมื่อนายถ่อนและนายพองถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ได้นำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ให้จำเลยเพื่อขอไถ่ที่ดินที่นายถ่อนมอบให้ทำกินต่างดอกเบี้ยและเป็นหลักประกันดังกล่าว แต่จำเลยไม่ยอม จึงขอให้บังคับจำเลยยอมรับชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งโจทก์ในฐานะทายาทของนายถ่อนชำระแทนและให้จำเลยส่งมอบที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค.1 เลขที่ 789 (53) ดังกล่าว คืนแก่โจทก์ในคดีดังกล่าวโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดตามคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 574/2536ของศาลชั้นต้น ต่อมาโจทก์ซึ่งเป็นบุตรอีกคนหนึ่งของนายถ่อนฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นคดีนี้โดยบรรยายเหตุแห่งการฟ้องและมีคำขอให้บังคับจำเลยเหมือนกับในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 574/2536 ของศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่574/2536 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ ในข้อนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า "คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เว้นแต่" เห็นว่า แม้ในคดีก่อนและในคดีนี้นางออนและโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีจะเป็นบุคคลคนละคนแต่ทั้งนางออนและโจทก์ต่างก็เป็นทายาทของนายถ่อนและต่างก็ฟ้องคดีเรียกคืนที่ดินพิพาทโดยอ้างสิทธิในฐานะเป็นทายาทผู้สืบสิทธิจากนายถ่อนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาทคนเดียวกันจึงถือได้ว่านางออนและโจทก์เป็นคู่ความเดียวกัน และการที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องในคดีก่อนโดยอ้างเหตุว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบตามฟ้อง ถือได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีแล้วฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมีคำขออย่างเดียวกันกับคดีก่อนจึงเป็นการฟ้องคดีที่ให้มีการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th