ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า (ก) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ๒๔๘๑ จำเลยใช้หรือจ้างวานนายคำกับพวกตัดไม้สักรวม ๕ ต้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และ(ข)ระหว่างเดือนมีนาคมกับเดือนเมษายน ๒๔๘๒ จำเลยจัดการชักลากไม้สัก ๕ ต้นนั้นออกจากป่าโดยไม่ได้เสียภาษีค่าตอและไม่ได้ตีตราฆ้อนเหล็กของเจ้าพนักงาน

จำเลยให้การว่าไม่ได้ใช้หรือจ้างวานนายคำกับพวกตัดฟันชักลากไม้ จำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดฟันชักลากไม้สักยืนต้นและขอนนอน แต่ได้จ้างนายสุดใจเป็นผู้จัดการแทนตัวทุกอย่างโดยจำเลยไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องจำเลยพึ่งทราบว่าไม้ ๕ ต้นนี้เข้ามารวมอยู่ในกองไม้ของจำเลยเมื่อเจ้าพนักงานมาพบไม้ ๕ ต้นที่โจทก์หาเป็นไม้ที่ไม่มีตราของเจ้าพนักงานประทับให้ตัดฟันหรือชักลากจริงโจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลย ๘๐ บาทตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักฯ ร.ศ.๑๑๘ ข้อ ๓ ลดเสียกึ่งหนึ่งคงเหลือ ๔๐ บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ร.ศ. ๑๑๘ ข้อ ๕ มีข้อความชัดเจนว่า "ถ้าเจ้าพนักงานพบไม้ แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดชักลากเช่นนี้ ฯลฯ ถ้าไม่มีดวงตราประจำต้นให้ไต่สวนดู ถ้าไม้ตกอยู่แก่ผู้ใดให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ชักลากไม้จากป่า ผิด พ.ร.บ." คดีนี้โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยใช้ให้นายคำกับพวกชักลาก เมื่อปรากฎว่าไม้สัก ๕ ต้นนี้ไม่มีตราของเจ้าพนักงานจับได้ปนอยู่ในกองไม้ของจำเลย ๆ จึงต้องมีผิดตามฟ้องข้อ ข จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th