ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลสัญชาติไทยแต่บิดาเป็นคนต่างด้าว จำเลยไม่มีคุณสมบัติตามที่มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 กำหนด ได้ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ใบสุทธิปลอมเป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยเป็นผู้สอบไล่ได้ชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่สอง (แผนกศิลป์) โรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 กับจำเลยได้ปลอมใบสุทธิฉบับดังกล่าว และใช้ใบสุทธิที่จำเลยปลอมขึ้นและแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้รับสมัครรับเลือกตั้งด้วย โจทก์เป็นผู้สมัครแข่งขันกับจำเลยได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย คือต้องถูกแย่งคะแนนเสียงจนทำให้ไม่ได้รับเลือก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 84 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 และ 137
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะฟ้องคดีนี้ได้ จึงไม่รับฟ้องไว้ไต่สวนมูลฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายโดยจำเลยไม่มีความรู้ตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยใช้ใบสุทธิปลอมเป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้สอบไล่ได้ชั้นเตรียมอุดมศึกษา (แผนกศิลป์) เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 กับจำเลยทำปลอมใบสุทธินั้นและใช้ เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอมและแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้รับสมัคร ดังนี้ เห็นว่าการกระทำผิดดังที่กล่าวหาเป็นการกระทำต่อเจ้าพนักงานและผู้อื่น มิได้กระทำต่อโจทก์ แม้โจทก์เป็นผู้สมัครแข่งขันกับจำเลยต้องถูกแย่งคะแนนทำให้แพ้การเลือกตั้ง ก็หาใช่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่ โจทก์มิใช่บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่งดังฟ้อง โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









