ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ได้ซื้อที่ดินซึ่งเปนมฤดกของ ด.จากจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ชำระเงินส่วนของโจทก์แล้ว ๒๐๐ บาทที่ค้างตกลงกันว่าจะชำระเมื่อโอนโฉนด เมื่อซื้อแล้วโจทก์ก็เข้าครอบครองปลูกเรือนล้อมรั้วอยู่หลายปี แต่ยังไม่ครบ ๑๐ ปี ที่ดินที่ซื้อนี้เปนของโจทก์ครึ่งหนึ่งของจำเลยที่ ๒ ครึ่งหนึ่ง ซื้อแล้วยังหาได้โอนโฉนดกันไม่ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้โอนขายที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ ๒ คนเดียวโจทก์จึงฟ้องขอให้ทำลายการโอนโฉนดระหว่างจำเลยที่ ๑ กับ ๒

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการโอนที่ดินส่วนที่โจทก์ซื้อไว้นั้นเปนไปโดยไม่สุจจริต เพราะจำเลยที่ ๒ ย่อมรู้ดีว่าโจทก์ได้ซื้อไว้อย่างไร การโอนนี้เปนทางให้โจทก์เสียเปรียบ เมื่อสัญญาระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์เปนสัญญาซื้อขาย และโจทก์เปนผู้อยู่ในฐานะจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตาม ม.๑๓๐๐ จึงพิพากษาให้ทำลายการโอนที่ดินส่วนของโจทก์เสีย

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาตัดสินว่าถึงแม้เรื่องนี้โจทก์จะไม่ได้ชำระราคาที่ดินทั้งหมดสัญญานี้ก็ยังเปนสัญญาซื้อขายเพราะจะถือว่าเมื่อผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระราคาสัญญานั้นเปนแต่เพียงสัญญาจะซื้อขายก็คงจะไม่มีการซื้อเชื่อกัน เห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์อยู่ในฐานะจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตาม ม.๑๓๐๐ ประมวลแพ่ง ๆ จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๒

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th