ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดี 3 สำนวนนี้ ศาลรวมพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้ง 3 ได้เช่าห้องพิพาทของโจทก์อยู่อาศัยและทำการค้าก่อนวันใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2486 เมื่อเดือนตุลาคม 2488 จำเลยทั้ง 3 ต่างได้ทำสัญญาต่างตอบแทนกับโจทก์ขยายเวลาเช่าให้จำเลยอยู่ต่อไปอีก 12 เดือน ถ้าในเดือนตุลาคม 2489 จำเลยยังคงอยู่ในตึกที่เช่าต่อไป จำเลยต้องเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ 100 บาท และจำเลยคงอยู่ตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง และชำระค่าเช่าต่อไปจนกว่าจะออกจากตึกที่เช่า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่า ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 โจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่า และจำเลยไม่เคยทำสัญญาใด ๆ กับโจทก์ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2488 นับว่าสมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมายเพราะในวันทำสัญญานั้นไม่มีกฎหมายใดห้ามมิให้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงขึ้นราคาค่าเช่ากันถ้าการเช่ามิได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2488 คดีไม่มีทางจะหยิบยกพระราชบัญญัติปี 2489, 2490 มาใช้บังคับสัญญานี้ได้ เพราะได้ทำกันไว้ก่อนแล้ว
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง และเสียค่าเช่าตั้งแต่วันฟ้องเดือนละ 100 บาทจนกว่าจะออกจากที่เช่า ถ้าไม่ชำระค่าเช่าที่ค้างก็ให้ออกจากที่เช่า
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

