ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ลูกระเบิดขว้างแบบสังหารเป็นอาวุธขว้างใส่ฝูงชนที่โรงรำวงภายในบริเวณงานเฉลิมพระชนมพรรษาโดยเจตนาฆ่าฝูงชนดังกล่าว ลูกระเบิดได้ระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีคนตายและได้รับอันตรายแก่กายอีกหลายคน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 221, 224, 80, 83

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 บทหนึ่ง และฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา 221, 224 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทหนัก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า คืนเกิดเหตุพลตำรวจสาโรจน์กับจำเลยทั้งสองพากันไปเที่ยวงาน ก่อนจะพากันเข้าไปในบริเวณงาน จำเลยที่ 1หยุดถ่ายปัสสาวะฝากลูกระเบิดที่นำมาด้วยให้พลตำรวจสาโรจน์ถือไว้ เมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จพลตำรวจสาโรจน์ได้คืนลูกระเบิด จำเลยที่ 1 รับไว้แล้วใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม ระหว่างเดินเที่ยวงานได้พบกับพลตำรวจเหมียนพลตำรวจพากย์ กับพวกเพื่อนตำรวจประจำสถานีตำรวจเดียวกัน 3-4 คนนั่งดื่มสุราในร้านขายอาหาร จึงแวะเข้าไปร่วมวงสุราด้วย เวลาประมาณ23 นาฬิกา จำเลยที่ 1 พูดขึ้นว่าจะเอาลูกระเบิดไปขว้างใส่โรงรำวงคณะเจียรตนาเพราะมีเรื่องกับพวกคณะรำวงอยู่ก่อนหน้านั้น โดยในคืนก่อนหน้าจะถึงคืนเกิดเหตุ 2 คืน จำเลยทั้งสองกับพวกเพื่อนทหารพรานหลายคนพากันขึ้นจะขอรำวง แต่ไม่ยอมเสียเงิน จึงเกิดทะเลาะโต้เถียงกับกองเชียร์คณะรำวง จำเลยทั้งสองกับพวกพูดขู่ว่าจะขว้างระเบิด ห้ามไม่ให้มีการรำวงในคืนต่อ ๆ ไป หากไม่ฟังจะเอาระเบิดมาขว้าง แต่คณะรำวงยังคงเปิดการแสดงในคืนต่อ ๆ มาตามปกติ พลตำรวจสาโรจน์พูดห้ามปราม จำเลยทั้งสองไม่เชื่อ ลุกจากวงสุราตรงไปยังโรงรำวง จำเลยทั้งสองหายไปไม่นานนักมีเสียงระเบิดดังขึ้น ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนี คืนนั้นเองพลตำรวจสาโรจน์ออกจากงานจะไปขึ้นรถยนต์โดยสารกลับได้พบกับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 ได้พูดว่าได้ขว้างระเบิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว รุ่งขึ้นพลตำรวจพากย์ประจำฐานปฏิบัติการเดียวกับจำเลยทั้งสอง พบกับจำเลยทั้งสองที่ฐานปฏิบัติการ จำเลยทั้งสองได้พูดบอกพลตำรวจพากย์ต่อหน้าเพื่อน ๆ ร่วมฐานปฏิบัติการว่าเป็นคนเอาระเบิดไปขว้างใส่โรงรำวงตอนเกิดเหตุ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ขณะมีการขว้างปาระเบิดโจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำของคนร้ายก็ตามแต่คำบอกเล่าของจำเลยทั้งสองว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุร้ายต่อพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าว เป็นการกล่าวร้ายเสียประโยชน์และไม่เป็นคุณแก่ตน ย่อมมีน้ำหนักที่จะรับฟังประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อมกรณีอันเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายให้เชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดดังข้อนำสืบของโจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th