ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 352 และ 353

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทงจำคุก 3 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์อีกตำแหน่งหนึ่งในขณะที่จำเลยเป็นผู้จัดการภาคของโจทก์จำเลยเป็นผู้รับเงินเบี้ยประกันชีวิตไว้แทนโจทก์ หาใช่รับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนของผู้เอาประกันชีวิตเพื่อนำไปมอบให้โจทก์ไม่เมื่อจำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนอันแสดงถึงเจตนาทุจริต โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอกและมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ และจำเลยย่อมมีความผิดฐานยักยอกตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา

ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม2535 จำเลยได้นำเงินจำนวน 64,300 บาท ไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี ย่อมถือว่าโจทก์ยอมความไม่ดำเนินคดีแก่จำเลยต่อไปนั้นเห็นว่า การที่จำเลยนำเงินไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดีนั้นโจทก์ไม่ได้ตกลงด้วย ดังนั้น จึงไม่เป็นการยอมความตามมาตรา 39(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป

ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและขอให้รอการลงโทษให้จำเลย และได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 20 มกราคม 2536 ว่าจำเลยได้วางเงินไว้ต่อสำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ ปัจจุบันจำเลยป่วยเป็นต้อกระจกที่ตาทั้งสองข้างมองไม่ค่อยเห็น และจำเลยมีอายุ 61 ปีแล้ว ขอความปรานีต่อศาลฎีกานั้นเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุอันควรปรานีที่จะรอการลงโทษให้จำเลย แต่การที่จำเลยได้นำเงินจำนวนที่ยักยอกไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์นั้นเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดอย่างหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไข

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th