ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเดินรถรับจ้างบรรทุกสินค้าและคนบนทางหลวงซึ่ง บ.โจทก์เป็นผู้รับสัมปทานโดยมิได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.
จำเลยให้การต่อสู้ว่า บ.ได้อนุญาตให้จำเลยเดิรรถยนตร์และได้เก็บเงินจากจำเลยไปแล้ว ๑๓ บาท ๕๐ สตางค์ จำเลยเดิรรถยนตร์ได้ประมาณ ๑ เดือน บ.จะเก็บเงินอีกเป็นรายเดือนจำเลยไม่ยอมให้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้เดิรรถยนตร์รับจ้าง จำเลยใช้รถยนตร์ของจำเลยบรรทุกเข้าของจำเลยเอง จำเลยไม่มีผิดตามม.๓๔ แห่งพ.ร.บ. ทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน ๒๔๗๓ โดยเข้าข้อยกเว้นตาม ม.๓๐
โจทก์ฎีกาว่า ๑. จำเลยต่อสู้ข้อเดียวว่า ได้เดิรรถโดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ที่ศาลล่างยกฟ้องโดยฟังว่าโจทก์ไม่ได้รับจ้างนั้นเป็นการนอกประเด็น ๒.แม้ฟังว่าจำเลยไม่ได้เดินรถรับจ้าง แต่การบรรทุกสินค้าก็ต้องเป็นผิด
ศาลฎีกาตัดสินว่า ในคดีอาญาเมื่อโจทก์หาจำเลยปฏิเสธตลอดข้อหาประเด็นก็มีกว้าง ๆ ว่าจำเลยได้ทำผิดตามข้อหาหรือไม่ และตามธรรมดาจำเลยในคดีอาญาไม่ต้องยกข้อต่อสู้โดยละเอียดเหมือนคดีแพ่ง แต่คดีนี้จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กระทำผิดตาม ม.๓๔ เพราะได้รับอนุญาตจาก บ.แล้ว จำเลยไม่ได้ยกข้อต่อสู้อื่นเลย ประเด็นจึงมีว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้เดิรรถจาก บ.หรือไม่ สำหรับประเด็นข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ได้ ฉะนั้นจำเลยจึงต้องมีความผิดตามมาตรา ๓๔ ให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาท
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


