ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ได้ความว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินของจำเลยที่ 1 เมื่อ3 ปีมานี้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 โดยโจทก์อ้างว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์
คดีนี้โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทติดต่อกันมา30 ปีเศษ แม้ที่พิพาทเพิ่งเปลี่ยนสภาพเป็นที่งอกน้ำท่วมไม่ถึงเมื่อ 3 ปีมานี้ โจทก์ควรได้กรรมสิทธิ์
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 นี้ โจทก์จะนับเอาเวลาการครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ก่อนยังไม่เป็นที่งอดมารวมด้วยมิได้ เพราะก่อนเป็นที่งอก ที่พิพาทเป็นที่น้ำท่วมถึง เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินการที่โจทก์ได้ครอบครองมา ไม่ทำให้โจทก์เกิดมีสิทธิขึ้นแต่อย่างใด ที่พิพาทเริ่มเป็นของจำเลยโดยเป็นที่งอกหน้าที่ดินมีโฉนดของจำเลยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 เมื่อ 3 ปีมานี้ การที่โจทก์ครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อที่ดินของจำเลยเพียง 3 ปี โจทก์ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา







