ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนขายให้โจทก์
จำเลยให้การว่าไม่เคยรับเงินมัดจำจากโจทก์ จำเลยกับภริยาหย่ากัน ภริยาจำเลยคัดค้านการซื้อขาย จำเลยไม่อาจจัดการประการใดจำเลยยอมขายเฉพาะส่วนของจำเลย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อขายทรัพย์สินพิพาท พิพากษาให้จำเลยโอนขายทรัพย์สินพิพาท
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีอำนาจทำสัญญาขายทรัพย์พิพาทโดยลำพังเพราะจำเลยกับภริยาไม่ได้เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์รู้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยกับภริยาลงทุนซื้อร่วมกันมา โจทก์ไม่มีทางบังคับให้จำเลยทำสัญญาขายทรัพย์พิพาททั้งแปลงให้โจทก์ตามลำพัง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินและเรือนโรงที่จำเลยตกลงทำสัญญาจะขายให้โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุที่จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาว่าเนื่องจากจำเลยทำสัญญาหย่ากับภริยา จำเลยไม่อาจจัดการประการใดในการที่ภริยาไปคัดค้านการซื้อขาย เพราะเป็นสิทธิของภริยา แต่จำเลยยอมขายที่ดินและเรือนโรงเฉพาะส่วนของจำเลย ดังนี้ ตามคำให้การของจำเลยมิได้ตั้งประเด็นต่อสู้ว่า จำเลยไม่มีอำนาจทำสัญญาขายทรัพย์พิพาททั้งแปลงให้โจทก์ตามลำพัง เพราะภริยามีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยและจำเลยกับภริยาไม่ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นจำเลยยกขึ้นฎีกา ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกานอกประเด็นที่จำเลยให้การไว้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


