ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2517 และ 25 กรกฎาคม 2517เวลากลางวัน จำเลยสั่งจ่ายเช็คของธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาบางรักจำนวนเงิน 2,000 บาท และ 2,200 บาทตามลำดับ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คทั้งสองฉบับนั้น โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปฝากเข้าบัญชีของนายกิ้ม แซ่เบ้ ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขากิ่งเพชรเพื่อให้เรียกเก็บเงินแทนโจทก์แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยอ้างว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่าย" ทั้งนี้ โดยจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับนั้น จึงห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริต โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระจำเลยก็เพิกเฉย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

คดีได้ความจากการไต่สวนมูลฟ้องว่า เมื่อไม่ถึงปีมานี้ มีนายชานมายืมเงินโจทก์ 3,000 บาท ต่อมาอีก 3 เดือนก็มาเอาเงินจากโจทก์ไปอีก 1,200 บาท คราวนี้นายชานได้มอบเช็คเพื่อชำระหนี้ให้เป็นเช็คของธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาบางรักให้ไว้ 2 ฉบับ ซึ่งมีจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย ฉบับหนึ่งลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2517 จำนวนเงิน 2,000 บาท อีกฉบับหนึ่งลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2517 จำนวนเงิน 2,200 บาท คือเช็คหมาย จ.2, จ.1 ตามลำดับ แต่เช็คทั้งสองฉบับเป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายแก่ผู้ถือโจทก์ไม่มีเงินฝากในธนาคารจึงนำเช็คดังกล่าวไปให้นายกิ้ม แซ่เบ้ เพื่อเข้าบัญชีของนายกิ้ม แซ่เบ้ ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขากิ่งเพชร เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารดังกล่าวได้ปฏิเสธการจ่าย โดยอ้างว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินตามใบคืนเช็คหมาย จ.3, จ.4 โจทก์ทวงถามนายชาน นายชานก็หลบหน้า โจทก์ขอให้จำเลยใช้เงินรายนี้ แต่จำเลยก็เพิกเฉย ได้ความดังนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เช็คพิพาทหมาย จ.1, จ.2 นั้นเป็นเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ โจทก์เป็นเจ้าของเช็คพิพาท 2 ฉบับนี้ หากเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีและในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ได้ความว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับนี้ ฉะนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสองฉบับตามเอกสารใบคืนเช็คหมาย จ.3, จ.4 ในเบื้องแรกจึงเห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ที่ศาลล่างพิพากษายกฟ้องไปนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ประทับรับฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th