ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2510 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 2 กับพวกได้ร่วมกันใช้ปืนยิงนายไหม แผลงสุระ และนายยุทธ วุทธวงศ์ ด้วยเจตนาฆ่า โดยกระทำทารุณโหดร้าย โดยยิงบุคคลทั้งสองดังกล่าวในระหว่างทางและตายไปยิงถึงบนบ้านแล้วลักพาศพนายไหมผู้ตายไปซุกซ่อนในป่า นายยุทธถูกกระสุนปืนเป็นอันตรายแก่กาย นายไหมถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลปริกอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (5), 80 และ 83 ริบของกลางและนับโทษจำเลยที่ 2 ติดต่อกับโทษในคดีอาญาแดงที่ 572/2511

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 รับเป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ 572/2511

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดแต่การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นการฆ่าโดยกระทำทารุณโหดร้ายพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 และฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 83 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288,83 อันเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยทั้งสองไว้ตลอดชีวิตไม่นับโทษต่อให้ ของกลางริบ

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 289 (5) โดยให้ประหารชีวิต

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง หรือลดหย่อนโทษ จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายไหมถึงตาย นายยุทธเกิดอันตรายแก่กายจริง

ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการฆ่าโดยทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5)หรือไม่เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าในขั้นแรกจำเลยทั้งสองกับพวกดักยิงนายยุทธผู้เสียหายและผู้ตายมาก่อน เมื่อผู้ถูกยิงหนีเสียทัน จำเลยทั้งสองกับพวกยังไม่ลดละตามมายิงผู้เสียหายและผู้ตายถึงบนเรือนพ่อตาผู้เสียหายในวันทำบุญเดือน 10 อันเป็นประเพณีของชาวปักษ์ใต้ ยิงแล้วยังเอาเชือกมัดข้อมือผู้ตายช่วยกันหามไปทิ้งในป่าก็ตาม พฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ว่าเป็นเพียงจำเลยทั้งสองกับพวกมีเจตนาฆ่านายยุทธผู้เสียหายและนายไหมผู้ตายให้ตายไปเท่านั้น ส่วนการที่จำเลยทั้งสองกับพวกช่วยกันหามผู้ตายไปทิ้งนั้น เห็นว่าต้องการแต่จะซ่อนเร้นปิดบังการกระทำผิดของตนเท่านั้น เมื่อการฆ่าไม่ปรากฏการกระทำอย่างใดเป็นพิเศษอันแสดงให้เห็นว่าผู้ฆ่าประสงค์จะให้ผู้ตายได้รับความลำบากสาหัสก่อนตายแล้ว กรณีย่อมไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) แต่อย่างใด

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th