ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบังอาจกล่าวคำหลอกลวงนายสิบตำรวจตรีปกรณ์โดยขอยืมรถจักรยาน 2 ล้อ ของนายสิบตำรวจตรีปกรณ์ ไปทวงหนี้กับผู้มีชื่อ อันเป็นความเท็จ โดยมีเจตนาทุจริตประสงค์จะหลอกลวงนายสิบตำรวจตรีปกรณ์มอบรถจักรยานให้ นายสิบตำรวจตรีปกรณ์หลงเชื่อจึงมอบรถจักรยาน 2 ล้อ 1 คัน ให้แก่จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เข้าใจว่าเป็นเท็จตรงไหน และความจริงเป็นอย่างไร หากจะหมายความว่าเป็นความเท็จตรงที่ว่า จะยืมไปทวงหนี้กับผู้มีชื่อ ซึ่งความจริงไม่ได้ไปทวงหนี้ ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ใช่เป็นการกล่าวเท็จหลอกลวงอันจะเป็นมูลความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง เป็นแต่ผิดคำรับรองที่จำเลยให้ไว้ล่วงหน้าว่าจะไปทำกิจอย่างนั้นแล้วมิได้ทำไปเท่านั้น เพราะความสำคัญอยู่ที่ว่าจำเลยขอยืมรถเจ้าทรัพย์ส่วนที่ว่าจะไปทวงหนี้ก็เป็นแต่คำกล่าวประกอบการขอยืม ฟ้องโจทก์ก็มิได้กล่าวว่าถ้าจำเลยไม่อ้างว่าจะไปทวงหนี้แล้ว เจ้าทรัพย์ก็จะไม่ให้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th