ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า บิดามารดาโจทก์ได้กู้เงินบิดามารดาจำเลย และมอบโฉนดให้ยึดถือเป็นประกัน และมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาบิดามารดาโจทก์และบิดามารดาจำเลยตาย จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่นาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลจังหวัดนครปฐมได้มีคำสั่งให้นาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคดีแดงที่ 115/2490 โจทก์เพิ่งทราบ จึงขอให้ศาลถอนคำสั่งคดีแดงที่ 115/2490เสียและ บังคับให้จำเลยรับชำระหนี้และมอบโฉนดให้แก่โจทก์ และถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนด และใส่ชื่อโจทก์แทนกับห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่าบิดามารดาโจทก์เอาที่ดินแปลงนี้มาขายฝากแก่บิดามารดาจำเลย แล้วอพยพไป บิดามารดาจำเลยตาย จำเลยได้รับมรดกครอบครองสืบเนื่องมาโดยสงบและเปิดเผยเกิน 10 ปีแล้ว ศาลได้แสดงกรรมสิทธิ์ แก้ทะเบียนเป็นชื่อจำเลยแล้ว ชั้นพิจารณาคู่ความรับกันในข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามคำขอของโจทก์ได้ แล้วพิพากษาว่าจำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จึงให้เพิกถอนคำสั่งคดีแดงที่ 115/2490 ให้จำเลยรับชำระหนี้ 640 บาท ให้ตามฟ้องแล้วมอบโฉนดคืนโจทก์ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดและใส่ชื่อโจทก์แทนห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยแก้จำนวนเงินหนี้ 640 บาท เป็น 680 บาทตามที่คู่ความรับกัน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้นิติกรรมการขายฝากนี้ จะทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ดี แต่ก็เห็นเจตนาของคู่กรณีได้ว่าบิดามารดาโจทก์ได้มอบที่ดินให้แก่บิดามารดาจำเลยดังเช่นขาย แต่สงวนสิทธิไว้เพียงสิทธิไถ่ถอน หรืออำนาจที่จะเอาคืนได้ กรณีเช่นนี้เรียกได้ว่าบิดามารดาจำเลยยึดถือที่ดินไว้ในฐานะผู้แทนผู้ครอบครองตามมาตรา 1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่ได้ จึงเรียกได้ว่าเป็นการเข้าครอบครองเพื่อตน แต่โดยอาศัยการอนุญาตของผู้เป็นเจ้าของ ปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าทางฝ่ายจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทนั้นมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของจนเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วหรือหาไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงกิริยาอาการของฝ่ายผู้มอบที่ดินให้คือ ฝ่ายโจทก์ด้วยนั้น เพราะถ้าฝ่ายเจ้าของเดิมไม่มาแสดงอาการเป็นเจ้าของหรือแสดงสิทธิเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นเสียเลย สละละทิ้งไปจนเกินเวลาอันสมควรก็พึงเห็นเจตนาระหว่างคู่กรณีนั้นได้ว่าทั้งสองฝ่ายได้ยินยอมให้ฝ่ายครอบครองทำการครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเพื่อผู้ครอบครองนั้นเองตั้งแต่ต้นมา และโดยเฉพาะในเรื่องทำสัญญากันเองเป็นทำนองขายฝากนั้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าของเดิมจะมาฟ้องเอาที่ดินคืน โดยอ้างข้อสัญญาที่ให้ไถ่ได้นั้น หาได้ไม่ สำหรับกรณีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินเป็นของบิดามารดาโจทก์ เมื่อบิดามารดาโจทก์ตายแล้ว โจทก์มิได้จัดการจดทะเบียนการรับมรดกแต่อย่างใด จนล่วงเลยเวลามาช้านาน และทั้งจำเลยก็เคยแสดงต่อศาลมาครั้งหนึ่งว่าได้ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเกิน 10 ปีแล้วจนศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ว่าเป็นของจำเลยแล้ว โจทก์จะชนะคดีได้ก็ด้วยการแสดงว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าตามนัยข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว แต่ในเรื่องนี้ โจทก์อ้างว่ายังคงแสดงสิทธิเป็นเจ้าของอยู่ตลอดมา ซึ่งความข้อนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ประจักษ์ ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นงดสืบพยานเสียนั้นยังไม่สมควร
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไปตามในประเด็นและตามข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


