ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2503 ได้มอบให้จำเลยซึ่งเป็นทนายความฟ้องลูกหนี้จำเลยเรียกเงินค่าธรรมเนียมรวมทั้งค่าจ้างไว้2,700 บาท แล้วไม่จัดการฟ้องลูกหนี้ให้ตามหน้าที่เป็นเวลา 3 ปีเศษเดือนเมษายน 2507 โจทก์จ้างทนายอื่นฟ้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนเงินค่าธรรมเนียมและค่าจ้างที่เรียกไว้ กับให้ใช้ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายที่โจทก์เสียให้ทนายใหม่อีก 3,000 บาทด้วย

จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงจะให้ค่าจ้างเหมา 5,000 บาทแต่ชำระเพียง 2,700 บาท แล้วไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา ธันวาคม 2504โจทก์รับหลักฐานคืนไป ฯลฯ และว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความส่วนเงิน 3,000 บาท ก็ไม่ใช่ค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิด พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่

โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(16)มิได้หมายความเฉพาะคู่ความและทนายความในคดีที่ฟ้องร้องกันในศาลแล้วเท่านั้น แต่หมายความรวมถึงคู่ความและทนายความที่มอบและรับเงินกันในฐานะคู่ความและทนายความก่อนฟ้องคดีในศาลด้วยแต่คดีนี้ยังไม่ได้ความชัดพอที่จะวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ2 ปี ดังกล่าวแล้ว เพราะยังไม่ได้ความแน่ชัดว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะเรียกเงิน 2,700 บาท ที่จ่ายล่วงหน้าแก่จำเลยคืนนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด การที่โจทก์มอบเงิน 2,700 บาทแก่จำเลย และจำเลยรับจะว่าความให้โจทก์นั้น หาได้ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องที่โจทก์จะเรียกเงิน 2,700 บาทคืนจากจำเลยในทันใดที่ได้มอบเงินแก่จำเลยไม่ แต่จะมีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนนี้คืนก็ต่อเมื่อมีการเลิกสัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม และโจทก์เรียกเงินคืนในฐานะคู่ความกับทนายความ ที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยประวิงมิได้จัดการฟ้องลูกหนี้ตามหน้าที่เป็นเวลา 3 ปีเศษนั้น ไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าได้มีการเลิกสัญญากันแล้ว เพราะโจทก์ยังกล่าวในฟ้องต่อไปว่า โจทก์ได้ติดต่อกับจำเลยกว่า 10 ครั้ง จำเลยก็แจ้งว่าได้ฟ้องแล้ว แสดงว่าโจทก์จำเลยยังถือว่ามีสัญญาผูกพันกันอยู่มิได้เลิกสัญญากัน จนจำเลยได้นัดไปรับเงินคืนเมื่อกรกฎาคม 2507 ก่อนโจทก์ฟ้องไม่ถึง 2 ปี ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์รับหลักฐานคืนไปเมื่อธันวาคม 2504 นั้น โจทก์ก็มิได้รับตามที่จำเลยอ้างนี้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาฟังพยานหลักฐานต่อไป

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th