ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477มาตรา 5, 12, 29(4) กฎกระทรวงมหาดไทย ข้อ 13(1) (ข) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 70 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 มาตรา 8 จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มิได้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามมาตราต่าง ๆ ที่โจทก์อ้างมาในคำขอท้ายฟ้องไม่ใช่บทลงโทษบทลงโทษคือมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 แต่โจทก์มิได้อ้างมาตรานี้มาเป็นบทลงโทษ กลับอ้างมาตรา 8 ที่ไม่มีในพระราชบัญญัติ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าเป็นเรื่องผิดหลง คือโจทก์ต้องการอ้างมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับที่ 3 ไม่ใช่มาตรา 8 บทกฎหมายฉบับนี้มีเพียง 5 มาตรา และโจทก์ไม่ได้ประสงค์อ้างมาตราอื่น นอกจากมาตรา 4 ฉะนั้นโจทก์ขอให้ลงโทษคงเป็นมาตรา 4 แต่โจทก์อ้างผิดไป ตามมาตรา 192 วรรค 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ให้ปรับ 50 บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมเข้า มาตรา 192 วรรค 4 แม้หากมาตราแห่งกฎหมายที่ขอให้ลงโทษจะผิดพลาดไปก็ลงโทษได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th