ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเคยเป็นโจทก์ฟ้องนายหอมจำเลยคดีนี้ตามคดีแพ่งแดงที่ 167/2505 เรื่องผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน คดีถึงที่สุดโดยผู้ร้องกับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ว่า จำเลยจะออกโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโอนให้ผู้ร้อง เงินค่าที่ดินอีก 10,000 บาท ผู้ร้องจะชำระให้จำเลยในวันโอน ศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว ต่อมามีนางถนอม สวัสดี กับพวกโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ จำเลยได้ฟ้องนางถนอมกับพวก ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของนายหอมจำเลย ต่อมานายหอมถูกโจทก์คดีนี้ฟ้องล้มละลายศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแดงที่ 167/2505 ผู้ร้องได้รับความเสียหายขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ปรากฏว่าเวลานี้ที่ดินรายนี้มีราคาราว 100,000 บาท แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นลูกหนี้(ผู้ล้มละลาย) จะต้องโอนที่ดินนี้ให้แก่ผู้ร้อง โดยจะได้รับเงินราคาที่ดินอีก10,000 บาทเท่านั้น การที่จะรับปฏิบัติตามสัญญาต่อไปนั้นกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายจะมีภาระยิ่งกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ กรณีจึงต้องตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจที่จะไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ปฏิบัติต่อไปได้

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นายหอมลูกหนี้จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องในราคา 25,000 บาท โดยนายหอมลูกหนี้ได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว 15,000 บาท ผู้ร้องจะต้องชำระในวันโอนอีก 10,000 บาท แต่เนื่องด้วยที่พิพาทในปัจจุบันมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาท สิทธิตามสัญญาดังกล่าวของลูกหนี้มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตามมาตรา 122 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญานั้นได้ หากผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยเหตุนี้ก็ชอบที่จะขอรับชำระหนี้สำหรับค่าเสียหายนั้นได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่ที่ดินมีราคาสูงขึ้นอย่างเดียวไม่พอจะฟังว่าทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญานั้นมีภาระเกินกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมดังกล่าว พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายหอมลูกหนี้ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความและคำบังคับในคดีแพ่งแดงที่ 167/2505

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลักสำคัญซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ร้องกับลูกหนี้ผู้ล้มละลายได้ทำกันไว้ คือ พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 122 วรรคแรก ถึงแม้ว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระราคาที่ดินอีก10,000 บาท แต่สิทธิของลูกหนี้ผู้ล้มละลายคดีนี้ก็มิใช่สิทธิตามสัญญาโดยแท้ เพราะเป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสิทธิตามคำพิพากษานั่นเอง และโดยนัยเดียวกันการที่ลูกหนี้ผู้ล้มละลายจะต้องไปจัดการออกโฉนดที่ดินรายพิพาทแล้วโอนให้แก่ผู้ร้องนั้นก็คือได้ว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ล้มละลายหาอาจอ้างอำนาจตามมาตราดังกล่าวมาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความในกรณีเช่นนี้ไม่

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th