ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตและยักยอกทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน พิพากษายกฟ้องโจทก์แต่อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ทำความเห็นแย้งว่า ควรฟังคำพยานให้สิ้นกระแสร์ความเสียก่อนจึงพิพากษา
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์หาเคลือบคลุมไม่ เพราะจำเลยเข้าใจแล้วว่าโจทก์หาว่าจำเลยได้รับเงินผลประโยชน์ไว้ตามหน้าที่ราชการในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2495 ถึง วันที่ 1 กรกฎาคม 2497 รวมเป็นจำนวน 219,310 บาท 95 สตางค์แล้วในระหว่างนั้นเวลากลางวัน จำเลยได้ยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ตนเองเสีย 2,357 บาท89 สตางค์ จำเลยจะได้รับเงินกี่คราวและวันไหนบ้าง เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งโจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกให้ปรากฏได้ และจำเลยจะยักยอก เอาเงิน 2,357 บาท 89 สตางค์ นั้น ไปกี่คราว วันไหนบ้าง ก็เป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกได้เช่นเดียวกัน
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









