ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย แม้ที่พิพาทจะอยู่ในโฉนดของโจทก์ก็เป็นของจำเลยโดยการครอบครอง และหากเป็นการละเมิดก็ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บิดามารดาจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ต่อมาได้โอนให้แก่จำเลย แม้จะได้ความว่านางรอดกับบิดามารดาจำเลยแลกที่พิพาทกับที่ดินนางรอดทำนาก็เพื่อความสะดวก มิใช่เป็นการแลกเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ นางรอดทำนาที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดาจำเลย จึงนับเวลาที่บิดามารดาครอบครองมา รวมเป็นเวลาที่จำเลยครอบครองในภายหลังได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1385
แม้จำเลยจะไม่ได้แจ้งการครอบครองที่พิพาทหรือเคยเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่พิพาท ก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของจำเลยเสียไป
ถึงแม้โจทก์จะซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริต และจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตก็จะยกเหตุที่จำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิกล่าวอ้างหาได้ไม่
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


