ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าเมื่อโจทก์แต่งงานกับบุตร์จำเลยแล้วสัก ๕-๖ เดือนจำเลยได้ขอให้โจทก์หาเงินเพื่อใช้หนี้ จำเลยเป็นเงิน ๗๔๐ บาท โจทก์จึงให้เงิน ๗๔๐ บาทแก่จำเลยไปจำเลยจึงทำพินัยกรรม์ไว้ฉะบับหนึ่งยกที่ดินและเรือนให้โจทก์กับสามีซึ่งเป็นบุตร์จำเลยในพินัยกรรม์มีข้อความกล่าวถึงเรื่องเงิน ๗๔๐ บาทซึ่งโจทก์หามาให้ใช้หนี้ และว่าถ้าโจทก์กับบุตร์จำเลยหย่ากันโจทก์จะคืนเงิน ๗๔๐ บาทนั้นให้ มาบัดนี้โจทก์กับบุตร์จำเลยหย่าขาดกนแล้ว จำเลยกลับใจเรียกที่ดินคืนโจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิที่ดินและบ้านให้โจทก์หรือคืนเงิน ๗๔๐ บาทให้

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๗๔๐ บาทให้โจทก์

ศาลฎีกาตัดสินว่าที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าเมื่อพินัยกรรม์มีเงื่อนไขดังกล่าวมาข้างต้นฉะนี้ การยกที่ดินให้เป็นการชำระหนี้ในภายหน้าก็เป็นอันเกิดมีขึ้นมิได้ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์ ๆ จึงฟ้องเรียนได้ และที่จำเลยอ้างว่าการกู้ยืมเงินรายนี้ไม่มีหนังสือตาม ม.๖๕๓ นั้นเห็นว่าหนังสือพินัยกรรม์ของจำเลยเป็นหลักฐานอันชัดแจ้งที่กล่าวถึงเงินที่จำเลยเอามาจากโจทก์ และมีลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญดังนี้โจทก์จึงฟ้องร้องได้จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th