ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่านายอินนายพ่วงจำนองที่พิพาทไว้ 600 บาทต่อมาได้ขายให้โจทก์ 1,200 บาทโดยเปลี่ยนจากจำนองมาเป็นขายแต่ไม่ได้จดทะเบียนปลดหนี้การจำนองและทำสัญญาซื้อขายต่อหอทะเบียนที่ดินนายพ่วงนายอินได้ตกลงมอบโฉนดให้โจทก์ยึดถือครอบครองตลอดมา21 ปีแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทางครอบครอง
จำเลยรับว่านายพ่วงนายอินได้จำนองที่พิพาทไว้กับโจทก์เป็นเงิน 600 บาทจริง แต่ต่อสู้ว่ามิได้ตกลงขายหรือรับเงินเพิ่มจากโจทก์และมิได้ทำใบมอบฉันทะให้โจทก์ไปโอนกรรมสิทธิ์ดังฟ้อง เป็นแต่ได้มอบที่พิพาทให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเท่านั้นก่อนตายนายพ่วงนายอินได้ไปขอไถ่การจำนองจากโจทก์ เมื่อตายแล้วจำเลยก็ไปขอไถ่อีก แต่โจทก์ขอผัดผ่อนเก็บประโยชน์เรื่อยมาหากโจทก์มีใบมอบฉันทะก็เป็นใบมอบฉันทะปลอม
ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องขัดขวางให้เพิกถอนการจำนองระหว่างโจทก์กับนายพ่วงนายอิน ให้โจทก์ได้ที่พิพาททางครอบครอง ให้ถอนชื่อนายพ่วงนายอินออกจากโฉนด ใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่านายพ่วงนายอินได้เจตนาสละกรรมสิทธิ์ขายให้แก่โจทก์และมอบให้โจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีแล้วโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่าสัญญาจำนองยังไม่ระงับสิ้นไปเพราะใบมอบฉันทะไม่มีวันเดือนปี เป็นใบมอบฉันทะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหานี้ว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นเพิ่งมายกขึ้นในชั้นอุทธรณ์ ทั้งกรณีเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจึงไม่พิจารณาให้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยว่าเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225แล้ว พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


