ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ได้ความว่า ท.สั่งน้ำหอมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในสยามและได้มอบอำนาจให้จำเลยเป็นตัวแทนในการยื่นใบขนสินค้าและเสียภาษี+ เข้าต่อเจ้าพนักงาน เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๗ จำเลยได้ยื่นใบขนสินค้าต่อเจ้าพนักงานโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ โดยแจ้งชนิดของสินค้าในใบขนว่าเป็นน้ำมันใส่ผมมีปริมาณ ๑๐๐ โหล เจ้าพนักงานได้เก็บภาษีตามชนิดและจำนวนสินค้า และวันที่๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๗ จำเลยได้ยื่นใบขนสินค้า อีกโดยแจ้งว่าเป็นน้ำมันใส่ผมปริมาณ ๑๑๐ โหล เจ้าพนักงานได้เก็บภาษีตามชนิดและจำนวนในใบขนแล้วปรากฎว่าน้ำหอมที่ส่งมานั้น ครั้งที่ ๒ เกินกว่าใบขน ๔๗๔ ขวด โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นว่าตาม ม.๑๑๖ แห่งพ.ร.บ.ศุลกากรได้บัญญัติให้ถือว่าผู้แทนที่ยืมใบขนสินค้านั้นเป็นเจ้าของสินค้าในกิจการที่ทำนั้นด้วยจึงต้องถือว่า พ.ร.บ.ศุลกากรมีความประสงค์ให้จำเลยต้องรับผิดเช่นเดียวกับ ท.ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริง จำเลยจึงต้องมีความผิดและเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ริบสินค้าอย่างเดียว ศาลจะบังคับจำเลยให้ไปทำใบขนสินค้าไปขอเสียค่าภาษีใหม่มิได้ เพราะเป็นการเกินคำขอ และทั้งเป็นข้อที่มิได้กล่าวในฟ้อง จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ปรับจำเลย ๒๐๐ บาท ตาม ม.๓๔-๙๙ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร แลให้ริมน้ำหอม ๗๔๗ ขวดที่เกินนั้นเสียด้วย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


