ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 12,923,392.83 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 11,429,147.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 10,989,049.80 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ประกอบกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมัน ทำสัญญารับขนกับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ให้ขนส่งสินค้าไปส่งแก่ลูกค้าที่มาซื้อจากโจทก์ และจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดหารถบรรทุก รวมทั้งคนขับรถ โดยโจทก์ออกใบส่งของมอบให้คนขับรถนำไปให้ลูกค้าของโจทก์ลงชื่อรับสินค้า จากนั้นโจทก์จะชำระค่าขนส่งให้แก่จำเลยที่ 1 และเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2545 จำเลยที่ 1 ใช้รถบรรทุกขนสินค้าน้ำมันเตาจากคลังสินค้าบ้านดอน อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปส่งให้แก่บริษัทไทยแลนด์ สเมลดิ้ง แอนด์ ริไพนิ่ง จำกัด ลูกค้าของโจทก์ที่อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามใบส่งของรวม 97 ฉบับ หรือ 97 เที่ยวบรรทุก หรือไม่ จากพยานโจทก์ที่นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขนส่งไม่นำน้ำมันเตาตามใบส่งของไปส่งให้แก่บริษัทไทยแลนด์ สเมลดิ้ง แอนด์ ริไพนิ่ง จำกัด จากการกระทำทุจริตของคนขับรถของจำเลยที่ 1 โดยที่น่าเชื่อว่าได้กระทำร่วมกับพนักงานรับสินค้าของบริษัทไทยแลนด์ สเมลดิ้ง แอนด์ ริไพนิ่ง จำกัด และโดยที่สัญญารับขน ข้อ 18 ให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในการกระทำของคนขับรถ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ในสินค้า 31 รายการ ขาดอายุความเพราะฟ้องเกิน 1 ปี แล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 บัญญัติว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่ง ในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบหรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" เมื่อคดีฟังได้ว่าเป็นกรณีที่มีการทุจริตกัน จึงเข้าข้อยกเว้นของบทบัญญัติมาตราดังกล่าว และเมื่อบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความการฟ้องเรียกร้องตามข้อยกเว้นดังกล่าวไว้โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ประกอบมาตรา 193/30 คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1303/2553

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th