ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้จำเลยให้การรับว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีศาสตราวุธลักเรือบดของ ซ.ซึ่งเอาไว้ที่นอกชานเรือนไปโดยเจ้าทรัพย์มิได้รับอนุญาต

ศาลเดิมตัดสินว่าชานเรือนที่จะนับว่าเป็นเคหะสถานได้ต้องได้ความว่าเป้นนอกชานที่มีประตูและลูกกองหรือรั้วรอบตามฎีกาที่ ๗๒๐/๒๔๖๗ เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฎข้อความดังกล่าวแล้วจึงไม่นับว่าเป็นเคหะสถาน ถ้าจะถือว่าชานเรือนเป็นเคหะสถานก็ไม่ได้ความว่าจำเลยได้ขึ้นไปบนชานเรือน จำเลยอาจเอื้อมมือหยิบยกโดยไม่ต้องขึ้นไปบนชานก็ได้ จึงให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๓

ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนอ้างตามนัยฎีกาที่ ๗๒๐/๒๔๖๗

ศาลฎีกาเห็นว่าชานเรือนเป็นของต่อเนื่องกับเคหะสถานจึงนับว่าเป็นเคหะสถานตามความหมายของมาตรา ๖ ข้อ ๑๔ ไม่จำต้องมีรั้วรอบหรือมีลูกกรง ประตู แลฎีกาที่ ๗๒๐/๒๔๖๗ ก็มุ่งวินิจฉัยทำนองเดียวกับคดีนี้ แต่บังเอิญคดีนั้นนอกชานมีลูกกรงรอบแลมีประตูด้วย แต่ก็คงเป็นนอกชานซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเคหะสถาน ข้อที่ศาลเดิมว่าแม้จะถือว่าชานเรือนเป็นเคหะสถานก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยขึ้นไปบนชาน ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยรับว่าจำเลยได้ลักทรัพย์บนชานเรือนก็ต้องแปลว่าจำเลยได้เข้าหรือขึ้นไปลักที่ชานเรือน จะถือว่าจำเลยอยู่ข้างล่างไม่ได้ จึงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามมาตรา ๒๙๕

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th