ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามออกจากที่พิพาท และเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 3642 แขวงหนองแขม กรุงเทพมหานคร ที่โจทก์ซื้อมาจากนายบรรจง ผลอวยพร เจ้าของที่ดินเดิม จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตและไม่ได้เสียค่าตอบแทน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสาม ขอให้พิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสามโดยการครอบครองและห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป

ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามไว้แล้วต่อมาในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามจะฟ้องแย้งไม่ได้เนื่องจากการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 จะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องแย้งคืนค่าขึ้นศาลฟ้องแย้งให้จำเลยทั้งสาม และกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหรือไม่ แล้วดำเนินคดีต่อไป

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้รับฟ้องแย้ง และกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มว่าจำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองหรือไม่ด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสาม

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่าฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2529 โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3642 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร จากนายบรรจงผลอวยพร เจ้าของเดิม จำเลยทั้งสามอาศัยสิทธินายบรรจงปลูกบ้านเลขที่ 49/1 อยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวบางส่วน โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสามรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามขนย้ายทรัพย์สินและรื้อบ้านออกไปกับให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสามครอบครองที่พิพาทต่อจากบิดามารดาด้วยความสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง โจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริต ไม่เสียค่าตอบแทน ทั้งทราบการครอบครองของจำเลยทั้งสามแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสามโดยการครอบครอง ห้ามมิให้โจทก์เกี่ยวข้องต่อไป เห็นว่า จำเลยทั้งสามโต้เถียงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมโดยตรงมิใช่เป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จำเลยทั้งสามย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องแย้งได้ แต่อย่างไรก็ดี คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้ทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาไว้ในระหว่างอุทธรณ์คำสั่งและบัดนี้คดีเดิมศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาเสร็จจนถึงศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไปแล้ว คดีอยู่ระหว่างที่จำเลยทั้งสามฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งและรื้อฟื้นพิจารณาพิพากษาประเด็นข้อนี้ใหม่ ถ้าจำเลยทั้งสามเห็นว่า จำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง ก็ชอบที่จำเลยทั้งสามจะดำเนินคดีเรียกร้องได้ เพราะคำพิพากษานี้ก็ไม่ตัดสิทธิของจำเลยทั้งสามที่จะเรียกร้องได้ตามสิทธิของตน ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่442/2511 ระหว่าง นางวิภา เกียรติแสงศิลป์ โจทก์ นายซือโพ้ยแซ่ปิง จำเลย

พิพากษากลับ ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th