ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า ขณะจำเลยทำผิดจำเลยเป็นทหาร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสั่งให้แจ้งประมาณและสถานที่เก็บลวดหนาม จำเลยมีลวดหนามแต่ไม่แจงปริมาณและสถานที่เก็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญาทหาร ร.ศ. 130 มาตรา 4 และ 30(2)
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ขณะทำผิดจำเลยเป็นทหารแต่ต่อมามีกฎหมายยกเลิกวิเคราะห์ศัพท์นั้น จำเลยไม่เป็นทหารแล้วจึงต้องใช้กฎหมายใหม่ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า ตามที่ศาลอุทธรณ์กล่าวว่าต่อมามีประกาศกรมบัญชาการทัพใหม่ให้ยกเลิกคำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงเป็นการยกเลิกความผิดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเดิมมีพระราชบัญญัติให้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า ทหารหมายถึงบุคคลที่อยู่ในเขตใช้กฎอัยการศึกด้วย ต่อมามีพระราชบัญญัติ 2487 ยกเลิกวิเคราะห์ศัพท์นั้น และบัญญัติใหม่ ให้หมายถึงเฉพาะผู้อยู่ในอำนาจกฎหมายฝ่ายทหาร เป็นการยกเลิกหลักการในกฎหมายเดิมที่ให้ราษฎรสามัญเป็นทหาร จึงต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยรูปคดีต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








