ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเอาอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 6.35 หมายเลขทะเบียน 19008978 และกระสุนปืน 5 นัด รวมราคา 35,175 บาท ของผู้เสียหายไป จำเลยมอบหมายให้นายทวี นำอาวุธปืนไปคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน
มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายและจำเลยรู้จักกันก่อนเกิดเหตุ 2 เดือน และเคยทำงานด้วยกันโดยจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างให้ผู้เสียหายนำต้นกล้ายางไปส่งมอบให้แก่เกษตรกร วันเกิดเหตุผู้เสียหายยังเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้จำเลยเข้าไปในบ้านและไปนั่งพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บ่งชี้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยรู้จักและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ขณะที่จำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไป แม้เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปโดยพลการและมิได้บอกกล่าวผู้เสียหายก่อน แต่ก็มีนายถาวร น้องเขยของผู้เสียหายรู้เห็น จึงเป็นการเอาไปอย่างเปิดเผย นายถาวรยังให้การในชั้นสอบสวนว่า นายถาวรเห็นจำเลยหยิบอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายอนุญาตจึงไม่ได้ทักท้วง อันแสดงว่านายถาวรเองก็พบเห็นว่า ผู้เสียหายกับจำเลยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและจำเลยมิได้กระทำการใดที่มีพิรุธอันแสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะลักอาวุธปืนของผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายทราบจากนายถาวรว่าจำเลยเอาอาวุธปืนไปและติดต่อสอบถามจำเลยทางโทรศัพท์ จำเลยก็รับต่อผู้เสียหายว่าเอาอาวุธปืนไปจริงและยังบอกผู้เสียหายว่าจะนำไปคืนให้ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่ต้องการลักทรัพย์ของผู้อื่นที่ย่อมปฏิเสธการกระทำของตน แม้จำเลยจะนำอาวุธปืนไปคืนล่าช้าจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่จำเลยก็มิได้นำอาวุธปืนไปแสวงหาประโยชน์ด้วยการนำไปจำหน่ายหรือก่อหนี้ผูกพันอื่นใดและนำไปคืนให้ผู้เสียหายพร้อมกระสุนปืนครบถ้วน ที่จำเลยไม่นำไปคืนให้ด้วยตนเองอาจเกรงกลัวการถูกจับกุมเพราะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว จึงไม่พอฟังว่าเป็นพิรุธ พฤติการณ์ของจำเลยเชื่อว่าจำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยถือวิสาสะ มิได้มีเจตนาที่จะเอาไปโดยทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2129/2553
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


