ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นรวมพิจารณาสองสำนวนเข้าด้วยกันเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนสองว่าโจทก์ที่ 2 แล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองสำนวน ห้ามโจทก์ทั้งสองสำนวนและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

โจทก์ที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อ

โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่ง ยกคำร้อง

โจทก์ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ที่ 2 มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรกข้อที่โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นหยิบยกพยานนอกสำนวนมาวินิจฉัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นหยิบยกคำพยานนอกสำนวนมาวินิจฉัยแต่อย่างใดแท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 2 โต้แย้งจะให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ที่ 2 นำสืบว่า โจทก์ที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th