ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุก 2 ปี

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายที่มีสิทธิดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ในความผิดฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยที่ 1 แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฉ้อโกงโจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาฉ้อโกงโจทก์หรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้จึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการสุดท้ายว่า มีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ได้รับเงินคืนไปแล้วบางส่วน ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและอายุมากแล้ว เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฉ้อโกงเงินของโจทก์ไปเป็นจำนวนมากถึง 2,500,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าพวกของจำเลยที่ 1 ได้แบ่งเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 หรือไม่ เพียงใด ทั้งโจทก์ก็ได้รับเงินคืนจากพวกของจำเลยที่ 1 บางส่วน จึงเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มานั้นหนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ส่วนที่จำเลยที่ 1 ขอให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ขวนขวายที่จะคืนเงินเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่โจทก์ ทั้ง ๆ ที่ทราบว่าโจทก์เพิ่งได้รับเงินคืนจากพวกของจำเลยที่ 1 เพียง 90,000 บาท เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 นำการร้องทุกข์ของโจทก์ในเหตุคดีนี้ไปฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเพื่อแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญาตามสำเนาคำพิพากษาอีกด้วย จึงเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4162/2554

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th