ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าโจทก์ได้ให้ทองหมั้นแก่จำเลยที่ ๑ หนัก ๘ บาท ราคา ๓๐๔ บาท กับให้เงินสินสอด ๔๘๐ บาท แก่จำเลยที่ ๒-๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาจำเลยที่ ๑ เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ทำพิธีสมรสกันแล้ว โจทก์ให้จำเลยไปจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าพนักงานจำเลยก็หาไปไม่ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจัดการจดทะเบียนสมรสหรือให้คืนทองหมั้นและสินสอด

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยคืนทองหมั้นและสินสอดแก่โจทก์

ศาลฎีกาตัดสินว่าเพื่อจะให้การสมรสสมบูรณ์จะต้องไปจดทะเบียนตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๔๔๙ การที่โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำพิธีสมรสและอยู่กินด้วยกันมาก็เป็นผัวเมียกันตามพฤตตินัยเท่านั้น ไม่มีผลสมบูรณ์ตามนิตินัย ตราบเท่าที่ยังมิได้จดทะเบียนกันยังถือไม่ได้ว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำการสมรสกันตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมไปจดทะเบียนก็เท่ากับไม่ยอมสมรสกับโจทก์ เพราะฉะนั้นทองหมั้นและเงินสินสอดก็เป็นส่วนที่โจทก์จะเรียกคืนได้ตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๔๓๖ วรรค ๒-๓ ส่วนข้อที่ศาลล่างไม่ยอมบังคับการจดทะเบียนให้นั้นก็ชอบแล้ว ตาม ม.๑๔๓๗ วรรค ๑ การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้และการที่โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๑ ไปจดทะเบียนสมรสก็เท่ากับให้สมรสนั่นเอง และการที่ศาลล่างวินิจฉัยว่าการไม่จดทะเบียนสมรสไม่เป็นผัวเมียตามกฎหมายก็ไม่เป็นการเกินคำขอ เพราะเป็นเหตุแห่งข้อวินิจฉัยถึงผลที่จำเลยต้องคืนทองหมั้นและสินสอดให้โจทก์ จึงพิพากษายืนตาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th