ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2512 เวลากลางคืนจำเลยใช้มีดดาบปลายปืนตัวมีดยาว 15 นิ้วแทงนายนิด สุวรรณศร โดยเจตนาฆ่า และนายนิดถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกแทง เหตุเกิดที่ตำบลหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 สั่งริบมีดของกลางที่ใช้แทง

จำเลยให้การว่า กระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 18 ปี ปรานีลดโทษตามมาตรา 78 ให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 12 ปี มีดของกลางไม่ริบ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังว่าคืนเกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งมีอาการเมาสุราได้พูดต่อว่านางแดงพี่สาวนางแกะภรรยาผู้ตายเรื่องทองอยู่ที่ถนนหน้าร้านกาแฟนางสมพร จำเลยซึ่งเมาสุราเหมือนกันเข้ามาถามว่าเรื่องอะไรกัน ผู้ตายว่าไม่ใช่เรื่องของมึง พร้อมกับชักมีดดาบปลายปืนซึ่งเหน็บไว้ข้างหลังออกมาแทงจำเลย แล้วผู้ตายกับจำเลยแย่งมีดกัน จำเลยแย่งมีดได้จึงแทงผู้ตายมีบาดแผล 3 แห่ง คือที่หน้าอกด้านขวา ที่หน้าท้องใต้สะดือ และที่ตะโพกซ้าย ส่วนจำเลยมีแผลถูกแทงที่ชายโครงขวาแฉลบไปทางด้านขวามือลึก 3 เซนติเมตรติดกระดูกซี่โครง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยสมัครใจวิวาทต่อสู้กับผู้ตายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่านายแหวน ชาลี พยานโจทก์เองให้การว่า จำเลยมาถามผู้ตายว่ามีเรื่องอะไรกัน ผู้ตายชักมีดดาบปลายปืนออกมาถือพร้อมกับผลักอกจำเลยเซไป และพูดว่า "ไม่ใช่เรื่องของมึง" จำเลยเข้าแย่งมีดแล้วเกิดกอดปล้ำกัน นางแกะ สุวรรณศร พยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็ให้การว่า ผู้ตายชักมีดดาบปลายปืนออกมาแทงจำเลยก่อน แล้วจึงเกิดกอดปล้ำแย่งมีดกัน กรณีจึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยสมัครใจวิวาทต่อสู้กันกับผู้ตาย แม้ชั้นสอบสวนจำเลยจะให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพูดว่า "นี่ลูกน้ำเค็ม" จำเลยตอบว่า "นี่ลูกน้ำจืด" ก็น่าจะเป็นการพูดโต้ตอบกันตามประสาคนเมาสุราดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มากกว่าจะเป็นการท้าทายชวนวิวาท

ที่จำเลยกล่าวแก้ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุนั้น เห็นว่า แม้การที่จำเลยแย่งมีดจากผู้ตายได้แล้วจะยังถือไม่ได้ว่าภยันตรายหมดสิ้นไปเพราะเป็นเวลากระชั้นชิดติดพันกัน จำเลยมีสิทธิป้องกันตัวได้ก็จริงอยู่ แต่การที่จำเลยซึ่งหนุ่มกว่าและรูปร่างใหญ่กว่าผู้ตายใช้มีดซึ่งตัวมีดยาวถึง 15 นิ้วแทงผู้ตายที่หน้าอกและท้องอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญกับที่ตะโพกโดยที่ผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรเลย เฉพาะแผลที่หน้าอกลึก 3 นิ้วฟุต และที่ท้องถึงไส้ไหลออกมากองหน้าท้องถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาด้วยการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษาไว้ชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th