ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดศิริวัฒน์ค้าไม้ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้ทำการขนส่งสินค้าไม้ซุงจากประเทศมาเลเซียมาประเทศไทย แต่จำเลยทั้งสองใช้เรือที่ไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมมาทำการบรรทุกสินค้า ทำให้เรือจมระหว่างทางสินค้าไม้ซุงที่บรรทุกมาสูญหายหมด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,436,708.90 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้รับช่วงสิทธิ ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิริวัฒน์ค้าไม้ไม่ได้เสียหาย การบรรทุกของลงเรือเป็นเรื่องผู้ส่งของจัดการเอง จำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยเรือเดินทะเลอยู่ในสภาพเรียบร้อย เหตุที่เรืออับปางลงเพราะประสบกับภาวะอากาศแปรปรวนอย่างหนัก มีพายุ ทะเลมีคลื่นลมแรงมาก จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีเหตุผลให้เชื่อได้ตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบว่าเรือสปันซึ่งบรรทุกไม้ซุงมีสภาพมั่นคงแข็งแรงเหมาะแก่การใช้ทางทะเล เรืออับปางลงเพราะทะเลมีคลื่นจัด ความเร็วลม20-30 น็อต ต่อชั่วโมง เรือรั่วเนื่องจากถูกของแข็งภายนอกเรือมาชนหรือกระแทกเรือ และในสภาพที่มรสุมคลื่นลมจัดเช่นนั้นแม้กัปตันเรือจะได้ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างดี ก็ย่อมไม่มีทางหลีกเลี่ยงมรสุมและการกระทบกระแทกจากของแข็งภายนอกเรือดังกล่าวได้ เหตุที่เรือรั่วจึงเป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8ที่ศาลชั้นต้นทั้งสองฟังว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

โจทก์ฎีกาในประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ 1 มิได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่า เหตุที่เรืออับปางเกิดจากเหตุสุดวิสัย ศาลล่างทั้งสองจะอาศัยเหตุดังกล่าวพิพากษายกฟ้องถึงจำเลยที่ 1 ด้วยย่อมเป็นการไม่ชอบ เพราะจำเลยทั้งสองไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมและมีเพียงผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีเท่านั้น นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ กรณีจึงหาใช่แต่จำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีเท่านั้นไม่ หากแต่มูลความแห่งคดีดังกล่าวเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้เพราะโจทก์อาจบังคับเอากับจำเลยคนใดคนหนึ่งก็ได้โดยลำพัง การที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่ากรณีเป็นเหตุสุดวิสัยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วย จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th