ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน ๒๒,๖๕๔,๔๘๕.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ขอให้จำเลยที่ ๑ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างเช่นเดิม

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ในขณะที่จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยเพิ่มขึ้นอีก ๓ เดือน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลแรงงานกลางอนุญาต

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ไม่ใช่นายจ้างโจทก์ โจทก์ไม่ได้ข่มขู่จำเลยที่ ๓ โจทก์เป็นหัวหน้าส่วนงานคดี มีหน้าที่ดูแลควบคุมทนายความในสำนักงาน โจทก์เป็นผู้บังคับบัญชานายทัพพสาร ปานศรี ทนายความประจำแผนกกฎหมายของจำเลยที่ ๑ โจทก์มีหน้าที่จ่ายสำนวนให้แก่นายทัพพสารและตรวจสำนวนที่มอบหมายโจทก์ละเลยไม่ตรวจสอบการดำเนินการในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ที่นายทัพพสารยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้อันเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ จำเลยที่ ๑ จัดส่งระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้แก่อธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๖๘, ๖๙ เพียงฉบับเดียวคือเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จึงต้องฟังว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ ๑ มีเพียงเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลย ๑ เลิกจ้างโจทก์ เมื่อเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ไม่ได้กำหนดเรื่องการสอบสวนไว้และความผิดของโจทก์เป็นเรื่องที่ปรากฏชัดแจ้ง การลงโทษโจทก์ (เลิกจ้างโดยไม่มีการสอบสวน) จึงไม่ใช่การปฏิบัติผิดขั้นตอนตามเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ โดยศาลจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอให้เลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ละเลยไม่ตรวจสอบการทำงานของนายทัพพสาร ปานศรี ผู้ใต้บังคับบัญชาในคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จำเลยที่ ๑ จึงเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุผลเพียงพอ โดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิดโจทก์ก่อนหรือไม่ ลำพังแต่ไม่มีการสอบสวนก่อนไม่ทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดังนั้นไม่ว่าศาลแรงงานกลางจะนำระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ เอกสารหมาย ล.๑ (จ.๑๘) หรือ ล.๒ มาวินิจฉัยเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดของโจทก์ก็ไม่ทำให้ผลของคดีตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไว้เปลี่ยนแปลงไปอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

นางสาวสุจิตรา พัฒนภักดี ผู้ช่วยฯ

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th