ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำความผิดกรรมเดียวกันนี้ พนักงานอัยการได้ฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2525 ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 12 กรกฎาคม 2525 ครั้นวันที่ 10 มิถุนายน 2525 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดกรรมเดียวกันนี้ แต่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 300 บาทตามสำนวนของศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 166/2525 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 บัญญัติว่า"สิทธินำคดีอาญาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้ ฯลฯ (4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง ฯลฯ" ศาลฎีกาเห็นว่า ทั้งพนักงานอัยการและโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายต่างมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 และในกรณีที่พนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันเมื่อศาลเห็นชอบโดยพลการ หรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมีคำพิพากษาตามมาตรา 33 แสดงว่าศาลจะใช้ดุลพินิจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ ก็ต่อเมื่อความปรากฎต่อศาลโดยศาลรู้เองหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมีคำพิพากษาว่า พนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน คดีนี้ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้รู้ว่ามีเหตุที่จะรวมพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ทั้งการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ฉะนั้นเมื่อการกระทำความผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th