ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ฝากไว้คืนจากจำเลย ศาลแพ่งพิจารณาแล้วพิพากษาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2488 ให้จำเลยใช้เงิน 6,865 บาทกับดอกเบี้ยคืนให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อมา ศาลแพ่งได้ส่งหมายนัดคู่ความให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ความจึงปรากฏขึ้นว่า ตัวจำเลยถึงแก่กรรมเสียแล้ว ศาลแพ่งจึงสั่งให้งดการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไว้จนกว่าจะมีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2488 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกคุณหญิงสุนทรลิขิตภรรยาจำเลยผู้รับมรดกเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย

คุณหญิงระเบียบสุนทรลิขิตคัดค้านว่า ไม่ใช่ผู้รับมรดกผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้บุตรทั้งสิ้น และได้นำพินัยกรรมมาแสดงต่อศาล โจทก์จึงแถลงว่าจะได้ยื่นคำร้องขอให้เรียกผู้รับพินัยกรรมเข้ามาเป็นคู่ความต่อไป ศาลจึงสั่งถอนหมายเรียกคุณหญิงระเบียบสุนทรลิขิตโดยส่วนตัวเสีย

วันที่ 15 เมษายน 2489 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนางสาวดีเลิศ กับพวก และคุณหญิงระเบียบ สุนทรลิขิต มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม บุตรผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นผู้เยาว์ ศาลแพ่งได้หมายเรียกบุคคลเหล่านั้นมาศาลเพื่อเป็นคู่ความแทนจำเลย

นางสาวดีเลิศ กับพวกคัดค้านว่า จำเลยตายตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2488 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกผู้รับมรดกความเกิน 1 ปี หมดสิทธิ์แล้วตามมาตรา 42

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้คัดค้านอยู่ในฐานะที่จะรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนจำเลย จึงได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังในวันนั้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

นางสาวดีเลิศกับพวกฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 42 มิใช่บทบัญญัติกำหนดอายุความเรื่องสิทธิเรียกร้องแต่อย่างใด หากเป็นบทบัญญัติกำหนดเวลาไว้สำหรับศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีในเมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ละเลยเพิกเฉยคดีของตนเสียถึงขนาดที่จะอนุมานได้ว่าไม่ติดใจว่ากล่าวเอากับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเท่านั้น กรณีเรื่องนี้ โจทก์ได้มีคำขอเรียกคุณหญิงระเบียบ สุนทรลิขิต เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะแล้วภายในกำหนด 1 ปี มิได้ทอดทิ้งคดีของตนเสีย ส่วนการที่ศาลและโจทก์จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้รู้แน่ถึงตัวบุคคลที่สมควรเป็นคู่ความแทนผู้มรณะนั้น แม้จะเนิ่นช้าต่อมาอีก ก็เป็นที่เห็นได้ว่าไม่ใช่ความผิดของโจทก์ที่จะแกล้งประวิงเวลาอย่างใด จะถือเอาว่าโจทก์ไม่มีคำขอภายในกำหนด 1 ปี อันเป็นการทอดทิ้งคดีของตนเสียตามมาตรา 42 หาได้ไม่จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th