ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่ร้อยตำรวจเอกวันชาติ เผ่าพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายและเป็นพนักงานสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 172

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันฟังได้เบื้องต้นว่า จำเลยได้ให้การเป็นพยานชั้นสอบสวนแก่ร้อยตำรวจเอกวันชาติ เผ่าพงษ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ในคดีอาญาที่นายแหล่หรือคำเพียร กับพวกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรกระบือของนายเสริญ วิชะระโภชน์ ว่าเมื่อวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2533 จำเลยเห็นนายแหล่หรือคำเพียรกำลังหาแย้และกิ้งก่าอยู่ที่บริเวณทุ่งนาข้างทางเก่าระหว่างบ้านโคกลิ่นโนนภิบาล และห่างจากนายแหล่หรือคำเพียรไปทางตะวันตกประมาณ1 เส้น เห็นกระบือสีดำ 1 ตัวจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมียไม่ทราบผูกอยู่ใต้ต้นไม้ วันรุ่งขึ้นได้พบนายมณีจึงได้บอกให้นายมณีทราบรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.6 ครั้นนายแหล่หรือคำเพียรถูกพนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม เป็นโจทก์ฟ้อง จำเลยได้เบิกความเป็นพยานโจทก์ต่อศาลชั้นต้นว่าไม่เคยรู้ข้อเท็จจริงในคดีแต่อย่างใดและไม่เคยให้การแก่พนักงานสอบสวน ข้อความที่พนักงานสอบสวนพิมพ์นั้นไม่ตรงต่อความจริงดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.8ปัญหาวินิจฉัยมีว่าจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ โจทก์มีแต่ร้อยตำรวจเอกวันชาติ เผ่าพงษ์ เป็นพยานเบิกความว่า ก่อนจับกุมและสอบสวนจำเลย จำเลยให้การว่า ที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นความจริง พยานจึงแจ้งแก่จำเลยว่า ถ้าเรื่องที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นความจริงแล้วเรื่องที่จำเลยแจ้งแก่พนักงานสอบสวนจะเป็นความเท็จ จำเลยจึงให้การใหม่ว่า ที่จำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนไว้นั้นเป็นความจริง เท่านั้น เห็นว่าเมื่อพนักงานอัยการมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนจับกุมและดำเนินคดีแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 แล้วร้อยตำรวจเอกวันชาติได้ไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.9 เช่นนี้ จำเลยย่อมตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(2) แล้ว ฉะนั้นจำเลยจะให้การเท็จจริงอย่างไรหรือไม่ให้การอะไรก็ได้ไม่มีกฎหมายใดบังคับ ดังนั้น โจทก์จะอ้างคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งในชั้นพิจารณาจำเลยได้ปฏิเสธให้เห็นว่าคำเบิกความชั้นศาลของจำเลยเป็นความจริงมาใช้ประกอบเพื่อให้ฟังว่า ข้อความที่จำเลยให้ไว้แก่พนักงานสอบสวนนั้นเป็นความเท็จหาได้ไม่ รูปคดีคงได้ความแต่เพียงว่าในชั้นสอบสวนจำเลยแจ้งแก่พนักงานสอบสวนอย่างหนึ่งแล้วมาเบิกความในชั้นพิจารณาต่อศาลเป็นอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการแตกต่างและขัดกันเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th